สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน

ช่วงนี้เปิดเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกวิชาเริ่ม Lecture ในอาทิตย์นี้ แล้ว Seminar จะแซมมาบ้างในอาทิตย์ถัดๆไปครับ งานคงจะเริ่มกองสุดกันเมื่อมาถึงอาทิตย์หน้าเมื่อเจ้าของบลอคต้องอ่าน Case ก่อนเข้ากลุ่มย่ิอยเพิ่มสัมมนา

 วันนี้พักยกด้วยเรื่องเล็กๆน้อย บางอันอาจจะจัดเป็น Culture Shock ก็ได้ แล้วแต่จะนึกออก โดยเรื่องจะเน้นชีวิตมหาวิทยาลัยที่นี่ หรือว่าเรื่องเหล้ายาดอง ที่กระเทือนใจผมที่เป็นคนไม่ดื่มอยู่ซักหน่อย มาดูกันครับ

-  มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีเยอะมาก ( กดไปร้อยกว่าที่ ไม่นับสถาบันลูกที่แตกออกมาอีก )

- เอาเข้าจริงๆ คนไทยก็รู้จักแต่ Cambridge กับ Oxford น่ะแหละ ซึ่ง Requirement สูงได้อีก อย่าง Cambridge ขอ IELTS อย่างต่ำ 7.0 โดยที่ฟังพูดเขียนขอ 7 อ่านขอ 6.5 หรือ Oxford ขอ IELTS มาตรฐานเป็น 7.0 และทุกทักษะห้ามต่ำกว่า 6.5 ( โดยคะแนนนี้ของ Oxford ต้องไปโดนเรียนภาษาเพิ่มนะจ๊ะ )

- แถมกระเหรี่ยงไทยอย่างเรายังโดนปั่นหัวตอนก่อนเลือกมหาวิทยาลัยที่จะไปด้วย Rank ของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ซึ่งคนละสำนักพิมพ์ มันดันต่างกันมหาวิทยาลัยหนึ่งๆอาจจะสูงลิ่ว แต่จะหาไม่เจอในอีก นสพ. นึง........

- อัตราความเร็วในการตอบรับของมหาวิทยาลัยแต่ละที่จะต่างกัน ความเร็วในการตอบจะแปรผกผันกับอันดับมหาวิทยาลัย

- เมื่อเดินทางมาอังกฤษช่วงกลางๆเดือนกันยายนอย่าแปลกใจถ้าคนที่รอตรวจพาสปอร์ตตรงด่านที่สนามบินที่เยอะจนแน่นห้องตรวจกว้างๆได้ นักเรียนนักศึกษาทั้งนั้น โดยเฉพาะถ้ามาในฐานะนักศึกษาครั้งแรก รอไปสองชั่วโมงได้

-  ทำไมพนักงานตรวจพาสปอร์ตสนามบิน Heathrow......ทำไมเจอแต่คนอินเดียหว่า

-  ถ้าท่านมาเรียนในระดัีบปริญญาโทขึ้นไป อย่าหวังว่าจะได้เจอฝรั่งเจ้าของภาษานะ

- โดยเฉพาะถ้ามาเรียนสายธุรกิจ จะได้เจอคนจีนเยอะขนาดเปิดย่านเยาวราชย่อมๆได้........สินค้าส่งออกใหม่ ส่งนักศึกษาเรียนนอก - -''

- อย่าว่าแต่จีนเลย คนไทยก็เยอะรองๆลงมาซักอันดับสามอันดับสี่นั่นแล..........

- มหาวิทยาลัยที่นี่ บรรยากาศผิดกับที่เมืองไทย โดยเฉพาะตึกเรียนน้อยกว่ากันโคตรๆ

- องค์การนักศึกษามีบทบาทเยอะมาก จัดงานกิจการทุกอย่าง ทั้งชมรม สหกรณ์ สารพัดกิจกรรม หรือแม้กระทั่งเบรกนโยบายของมหาวิทยาลัยหรือของเมืองที่จะทำให้นักศึกษาเสียประโยชน์ ก็ทำมาแล้ว

- ที่นี่มีบาร์ในมหาวิทยาลัยด้วยนะ สภานักศึกษาทำเองด้วยละ

- แล้วคุณท่านนักศึกษาก็สุดเหวี่ยงปาร์ตี้ในบาร์กันได้ทุกวัน - -''ยันดึกยันดื่น ตื่นมาเรียนกันไหวได้ไงฟระ

- นี่ไม่รวมกิจกรรมที่สภานักศึกษา เอาวงดนตรีมาหรือจัดปาร์ตี้ได้เกือบทุกวันด้วยนะ

- นักศึกษาไทยว่าดื่นกันกลางคืนอาทิตย์ละสามสี่หนแล้ว ที่นี่หนักกว่า.........

- บางทีตอนกลางวันแสกๆ ยังเรียนไม่ทันเสร็จ ถือขวดเบียร์ขวดเหล้า หรือคนละแก้วมาดื่มตอนพักเที่ยงขวดเกลื่อนลานน้ำพุเชียว

- และหาเรื่องดื่มกันได้ืุทุกโอกาส อย่างประสบการณ์ที่พบเจอมาคือกิจกรรมแรกของชมรม Games เค้าเอาสมาชิกชมรมไปดื่มกันที่ผับ........และการพบปะครั้งต่อไปก็เปลี่ยนผับดื่ม...........เค้าบอกว่า Icebreaker....... 

- จนได้ยินว่ารัฐบาลของประเทศถึงขั้นจะมีแคมเปญให้นักศึกษาระหว่าง 18 - 25 ปีลดปาร์ตี้และ เพลาๆพวกเหล้ายาปลาปิ้งลงบ้าง ตับจะได้อ่อนๆหน่อย

- ทำให้กะเหรี่ยงอย่างผมที่ไม่อยากปะพบแอลกอฮอล์ รู้สึกลำบากใจในการที่จะเข้าสังคมฝรั่งยิ่งนัก

- ถึงกฎหมายจะบอกว่า ต่ำกว่า 18 ห้ามดื่ม...............

- ก็เหมือนที่ไทยละจ้า ดีไม่ดีเริ่มซดกันตั้งกะ 13 ขวบ

- ชมรมที่นี่มีหลากหลาย อิสระในการตั้งพอสมควร

- แต่เสียค่าเข้ารายปีเด้อ สายวัฒนธรรม 3 Pounds แต่สายกีฬา 50 Pounds!!!!! ( ประกัน 30 + ค่าเข้า 20 )

- สายกีฬามันมี Poledancing ด้วย ( Pole ก็เสาอ่ะแหล่ะ เผื่อไม่เก็ต )

- สังคมที่นี่หอพักของฝั่ง Undergrad จะค่อนข้างคึกคักและชาว UK จะครอง โดยเฉพาะครัวรวมของห้องชุดนั้นๆ ที่จะมารวมกันพบปะตอนเย็นทำอาหารอะไรกินกัน และมันแปรสภาพเป็นบาร์ย่อมๆได้เมื่อตกดึก ( สังเกตได้จากมีขวด Smirnoff และยี่ห้ออื่นๆเกลื่อนห้องในครัวได้ตลอด)

- ซึ่งอาจจะทำให้ชาวต่างชาติที่เป็น Undergrad และเข้าไปอยู่หอเหล่านี้ลำบากใจเล็กน้อยกับสังคมการอยู่หอที่นี่ เพราะถ้าไม่เข้าไปร่วมด้วยกับพวกเขา ก็จะโดน Isolate อย่างค่อนข้างแน่นอน เพราะคนเจ้าถิ่นแกคุยสังสรรค์กันเองได้ ไม่เดือดร้อนหรอก

- ผิดกับฝั่ง Postgrad ที่ค่อนข้างเงียบ ตัวใครตัวมันอยู่ และนักศึกษาในหอของ Postgrad  ส่วนมากจะผสมชาติกันไปทำให้พูดคุยกันได้สนิทใจมากกว่า แม้จะเป็นสนทนาสั้นๆในช่วงที่มาใช้ครัวร่วมกันพอดีก็เถอะ

- แต่ถ้า Flat ใครแจคพอตแตก คนจีนไปกระจุกเยอะ ครัวจะเหมือนสนามรบ ทั้งขยะที่พี่แกทิ้งกระจายเต็มพื้น ของในตู้เย็นจะโดนฉกไปกินซะดื้อๆ มีด เขียง หม้อหุงข้าวเต็มโต๊ะจนคนอื่นวางของไม่ได้ ดีไม่ดี กะละมังซักผ้าที่แช่ผ้าไว้ก็จะพบในได้ห้องครัวด้วยเช่นกัน

- ถ้าห้องนอนเป็นแบบมีห้องน้ำในตัว อาบน้ำกรุณาปิดประตูห้องให้ดี ถึงแม้จะอยู่คนเดียว มิฉะนั้นไอน้ำจะทำให้สัญญาณไฟไหม้ดัง

- ซึ่งมันจะทำให้คนทั้งตึกต้องออกมาข้างนอกโดยทันที (แม้ว่าบางคนจะยังสระผมหรือนั่งบนโถส้วมอยู่ก็ต้องออก) และอาจจะถึงขนาดมีรถดับเพลิงมาถึงหน้าหอ แถมตัวสัญญาณจะโชว์ด้วยว่าห้องไหนเป็นต้นเหตุ จะทำให้ไปอยู่บน Blacklist ของคนในหอได้ ถ้าเผลอหลายๆครั้ง

- ขนาดแค่หอผมตึกเล็กๆมีแค่ 6 Flat เจ็ดสิบคนยังวุ่น + นอยเลย หอใหญ่ๆของเด็ก Undergrad แสนซุกซนที่ปาไปตั้งสามสิบกว่าแฟลตเจอสัญญาณดังก็ต้องออกกันทั้งตึกเหมือนกัน จะฮาเฮขนาดไหนแอบอยากเห็นเหมือนกัน :P

- และสุดท้าย อยากบ่น ทำไมมันแพงได้ทุกอย่างเลยฟระ ฮ่วย อยู่กันไปได้ !!!!!!!!

เอาเป็นว่าจบแค่นี้แล้วกันครับ พบกันใหม่เอนทรี่หน้า สวัสดีมีสุข เด้อ ~~~~~

สวัสดีครับ ไดอารี่นี้ก็มาถึงหน้าที่สองกันซักที ด้วยความเร็วที่ช้าตามความขี้เกียจของเจ้าของบลอค

 

อาทิตย์ัที่ผ่านมาถึงขะเปิดเรียนแล้วแต่หลักสูตรปริญญาใจ เอ๊ย โทของผมยังเป็น Induction Week หรือว่าสัปดาห์แนะแนวอยู่ครับ ซึ่งจะแนะนำหลายๆอย่าง เช่นหลักสูตรคร่าวๆชมรมต่างๆทั้งกีฬาและสายวัฒนธรรม ( ที่นี่เค้าเรียกแยกครับ สายกีฬาจะเรียกว่า Club ส่วนสายวัฒนธรรมเรียกว่า Society มีชมรมอะไรแปลกๆเยอะเลยทีเดียว )ส่วนหน้าในไดอารี่วันนี้จะเป็นภาพของมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ครับ

 มหาวิทยาลัยของผมหรือ University of East Anglia ตั้งอยู่ที่เมือง Norwich แคว้น Norfolk ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ London ครับ ( หวังว่า Map จะขึ้นนะ >_<'' ) แล้ววันนี้ก็มีภาพค่าวๆของมหาวิทยาลัยมาให้ชมกันครับ

 

เริ่มจากหน้าหอผมกันก่อน หอของที่นี่จะแบ่งเป็นหลายแบบครับอย่างแชร์ห้องน้ำแชร์อ่างล้างหน้า หอในมหาวิทยาลัยหรือนอกมหาวิทยาลัย อย่างที่ผมอยู่จะเป็นแบบห้องเดี่ยวมีห้องน้ำในตัวครับ อยู่ปลายขอบมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว ไว้โอกาสหน้าๆจะมาแฉสภาพหอกัน ~

 

 เดินเข้ามาหน่อยก็จะเป็นกลุ่มตึกของหอภายในมหาวิทยาลัยครับ จะแบ่งเป็น House ต่างๆใหญ่เล็กต่างกันไป

 ตึกนี้เป็นตึกด้านหน้าสุดของกลุ่ทอาคาร เป็นเหมือนกองอำนวยการครับ จ่ายเงินทะเบียนอยู่ที่นี่หมด

จากตึกเมื่อครู่ไป ก็จะเป็นเขตอาคารมหาวิทยาลัยครับ ซึ่งส่วนอาคารที่นี่ทั้งหมดสามารถเดินถึงกันได้โดยมีทางเดินยกแยกขึ้นมาจากถนนครับ ที่เห็นตึกยาวอยู่ทางด้านขวาเป็นอาคารภาควิชาครับซึ่งที่นี่มีหลักๆแค่สองตึกเท่านั้น โดยจะแบ่งเป็นภาคละบลอคไป เลือกเดินเข้าได้จากทางเดินนี่ละครับ รู้สึกแปลกตาดี

 

ทางเดินเชื่อมจากอีกฟากของตึกครับ พวกรถยน ต์รถส่งของอยู่ข้างล่างโลด ไม่มียุ่งเกี่ยวใดๆทั้งสิ้น

 

สุดปลายทางเดินเชื่อมทางด้านตึกทะเบียนเมื่อครู่ จะมีบันไดยาวลงไปที่ลานน้ำพุ บริเวณบันไดและลานน้ำพุนี้จะเรียกว่า The Square  เป็นที่ตั้งของหลายอาคารสำหรับให้บริการ อย่างอาคารสภานักศึกษาที่ตั้ง Bar สำหรับปัญญาชนคอแอลกอฮอล์(ที่เยอะมากๆ บางทีเอาแก้วที่ซื้อมามาดวดกันที่ลานบันไดทีเดียว)รวมทั้งบริการปรึกษาปัญหา จองตั๋วเดินทางต่างๆ ร้านอาชีพหางาน อีกด้านเป็นอาคารที่ขายอาหาร ร้านกาแฟ ที่นี่มีอาคารศาสนกิจสำหรับทุกศาสนาไว้ทำกิจกรรมด้วยละ

 

 จาก The Square จะมีตรงที่บันไดลงไปอีกหน่อยเป็นถนนสั้นๆเรียกว่า The Street เป็นที่ตั้งร้านค้าของสภานักเรียนทั้งไปรษณีย์ ร้านเครื่องเขียน ร้านอาหารทั้งวัตถุดิบ ทั้งสำเร็จ ธนาคารสองธนาคารรวมถึงร้านหนังสือ Waterstone's ซึ่งเป็นร้านหนังสือหลังของอังกฤษก็มาเปิดสาขาย่อยบริการที่นี่เช่นกัน

 

 คราวนี้เราเดินลงจากทางเดินเชื่อมลงมาที่พื้นถนนกัน

 

มหาวิทยาลัยที่นี่ เมื่อเราเดินลงมาจากทางเดินเชื่อมกลกลุ่มอาคารต่างๆแล้วจะเป็นเหมือนอีกโลกเลยครับ

 

เพราะว่าจะเป็นทุ่งที่กว้างสุดๆเลยทีเดียว

เดินออกมาได้ซักพัก หันหลังกลับไปก็จะเจอหอพักโผล่ออกมาอีกสองหลังคือ Norfolk ( เห็นอยู่ไกลๆด้านซ้าย ) กับ Suffolk Terrace ( ขอบภาพด้านขวา ) มีชื่อเรียกเล่นๆว่า Ziggurat ว่ากันว่าเป็นสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนี้เลยทีเดียวหอพักสองหลังนี้เป็นแบบแชร์ห้องน้ำครับ

 

เดินลัด Suffolk Terrace ออกมา ก็จะเจอทางเดินยาว เห็นทิวแถวหอพักในมหาลัยที่เป็นตึกใหม่อยู่เป็นทิวแถว

ถนนนี้จะพอเราไปสู่...................

ทางเดินเลียบทะเลสาบ =[]='' คือว่า..............ในที่ดินของมหาวิทยาลัยแห่งนี้มีทะเลสาบตั้งอยู่ด้วยครับ ซึ่งเปิดให้คนทั่วไป รวมถึงนักศึกษามาปิกนิคริมทะเลสาป หรือว่าจะนั่งบนทุ่งพักผ่อนหย่อนใจได้ตามอัธยาศัยครับ

 ซึ่งในเขตทุ่งนี้ก็จะเจออะไรประมาณนี้.....

นกอย่างนกเป็ดน้ำมาหาอาหารที่ทะเลสาบ แถมในสวนภาคในตึกเรียนหรืหอพักเองก็มีกระต่ายป่าอาศัยเต็มไปหมด เป็นมหาลัยที่ GO Green มากๆ

นี่ก็คือสภาพค่าวๆของมหาลัยที่ผมเรียนอยู่ในเมืองเกือบๆชาบขอบแบบนี้ครับ สำหรับเอนทรี่นี้ก็ลาไปก่อนนะครับ สวัสดีครับ ^^/

สวัสดีทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียนเปิดสมุดบันทึกเล่มแรกนี้ทุกท่านครับ

ผมเมเดียสหรือแม้ดคุง (ตามที่บางคนเรียกกันมาจากหลายบอร์ด)ครับ ตอนแรกมีหลายๆคนทักว่าทำไมไม่เปิดบลอคกะเค้าบ้างก็ตอบไปเลี่ยงๆว่า ขี้เกียจบ้างอะไรบ้าง แต่เนื่องด้วยโอกาสพอเศษที่เจ้าของคนนี้ไปอยู่ไกลบ้าน ที่ดินแดนผู้ดีบนเกาะรูปร่างประหลาดของยุโรป (ใช้ศัพท์พันทิป) เลยถือโอกาสเปิดบลอคนี้ใช้เป็นสมุดบันทึกเรื่องราวต่างๆของตัวเองขึ้นมาซะเลย

 

ซึ่งเนื้อหาก็แล้วแต่อารมณ์เจ้าของ จะมีสาระ ไร้สาระ พอเที่ยว ชมวิว บ่นสัพเพเหระ โหลดสวรรค์ โหลดนรก ตามแต่..............

วันนี้พอแค่นี้ก่อน ไว้วันหลังค่อยว่ากันต่อครับ ^^

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมเยียน