[หน้าที่สาม] เกร็ดเล็กๆน้อยๆ(อาจจะ Culture Shock)เกี่ยวกับสังคมศึกษาบนเกาะบริเตน
posted on 29 Sep 2009 02:27 by madiusสวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน
ช่วงนี้เปิดเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกวิชาเริ่ม Lecture ในอาทิตย์นี้ แล้ว Seminar จะแซมมาบ้างในอาทิตย์ถัดๆไปครับ งานคงจะเริ่มกองสุดกันเมื่อมาถึงอาทิตย์หน้าเมื่อเจ้าของบลอคต้องอ่าน Case ก่อนเข้ากลุ่มย่ิอยเพิ่มสัมมนา
วันนี้พักยกด้วยเรื่องเล็กๆน้อย บางอันอาจจะจัดเป็น Culture Shock ก็ได้ แล้วแต่จะนึกออก โดยเรื่องจะเน้นชีวิตมหาวิทยาลัยที่นี่ หรือว่าเรื่องเหล้ายาดอง ที่กระเทือนใจผมที่เป็นคนไม่ดื่มอยู่ซักหน่อย มาดูกันครับ
- มหาวิทยาลัยในอังกฤษมีเยอะมาก ( กดไปร้อยกว่าที่ ไม่นับสถาบันลูกที่แตกออกมาอีก )
- เอาเข้าจริงๆ คนไทยก็รู้จักแต่ Cambridge กับ Oxford น่ะแหละ ซึ่ง Requirement สูงได้อีก อย่าง Cambridge ขอ IELTS อย่างต่ำ 7.0 โดยที่ฟังพูดเขียนขอ 7 อ่านขอ 6.5 หรือ Oxford ขอ IELTS มาตรฐานเป็น 7.0 และทุกทักษะห้ามต่ำกว่า 6.5 ( โดยคะแนนนี้ของ Oxford ต้องไปโดนเรียนภาษาเพิ่มนะจ๊ะ )
- แถมกระเหรี่ยงไทยอย่างเรายังโดนปั่นหัวตอนก่อนเลือกมหาวิทยาลัยที่จะไปด้วย Rank ของหนังสือพิมพ์อังกฤษ ซึ่งคนละสำนักพิมพ์ มันดันต่างกันมหาวิทยาลัยหนึ่งๆอาจจะสูงลิ่ว แต่จะหาไม่เจอในอีก นสพ. นึง........
- อัตราความเร็วในการตอบรับของมหาวิทยาลัยแต่ละที่จะต่างกัน ความเร็วในการตอบจะแปรผกผันกับอันดับมหาวิทยาลัย
- เมื่อเดินทางมาอังกฤษช่วงกลางๆเดือนกันยายนอย่าแปลกใจถ้าคนที่รอตรวจพาสปอร์ตตรงด่านที่สนามบินที่เยอะจนแน่นห้องตรวจกว้างๆได้ นักเรียนนักศึกษาทั้งนั้น โดยเฉพาะถ้ามาในฐานะนักศึกษาครั้งแรก รอไปสองชั่วโมงได้
- ทำไมพนักงานตรวจพาสปอร์ตสนามบิน Heathrow......ทำไมเจอแต่คนอินเดียหว่า
- ถ้าท่านมาเรียนในระดัีบปริญญาโทขึ้นไป อย่าหวังว่าจะได้เจอฝรั่งเจ้าของภาษานะ
- โดยเฉพาะถ้ามาเรียนสายธุรกิจ จะได้เจอคนจีนเยอะขนาดเปิดย่านเยาวราชย่อมๆได้........สินค้าส่งออกใหม่ ส่งนักศึกษาเรียนนอก - -''
- อย่าว่าแต่จีนเลย คนไทยก็เยอะรองๆลงมาซักอันดับสามอันดับสี่นั่นแล..........
- มหาวิทยาลัยที่นี่ บรรยากาศผิดกับที่เมืองไทย โดยเฉพาะตึกเรียนน้อยกว่ากันโคตรๆ
- องค์การนักศึกษามีบทบาทเยอะมาก จัดงานกิจการทุกอย่าง ทั้งชมรม สหกรณ์ สารพัดกิจกรรม หรือแม้กระทั่งเบรกนโยบายของมหาวิทยาลัยหรือของเมืองที่จะทำให้นักศึกษาเสียประโยชน์ ก็ทำมาแล้ว
- ที่นี่มีบาร์ในมหาวิทยาลัยด้วยนะ สภานักศึกษาทำเองด้วยละ
- แล้วคุณท่านนักศึกษาก็สุดเหวี่ยงปาร์ตี้ในบาร์กันได้ทุกวัน - -''ยันดึกยันดื่น ตื่นมาเรียนกันไหวได้ไงฟระ
- นี่ไม่รวมกิจกรรมที่สภานักศึกษา เอาวงดนตรีมาหรือจัดปาร์ตี้ได้เกือบทุกวันด้วยนะ
- นักศึกษาไทยว่าดื่นกันกลางคืนอาทิตย์ละสามสี่หนแล้ว ที่นี่หนักกว่า.........
- บางทีตอนกลางวันแสกๆ ยังเรียนไม่ทันเสร็จ ถือขวดเบียร์ขวดเหล้า หรือคนละแก้วมาดื่มตอนพักเที่ยงขวดเกลื่อนลานน้ำพุเชียว
- และหาเรื่องดื่มกันได้ืุทุกโอกาส อย่างประสบการณ์ที่พบเจอมาคือกิจกรรมแรกของชมรม Games เค้าเอาสมาชิกชมรมไปดื่มกันที่ผับ........และการพบปะครั้งต่อไปก็เปลี่ยนผับดื่ม...........เค้าบอกว่า Icebreaker.......
- จนได้ยินว่ารัฐบาลของประเทศถึงขั้นจะมีแคมเปญให้นักศึกษาระหว่าง 18 - 25 ปีลดปาร์ตี้และ เพลาๆพวกเหล้ายาปลาปิ้งลงบ้าง ตับจะได้อ่อนๆหน่อย
- ทำให้กะเหรี่ยงอย่างผมที่ไม่อยากปะพบแอลกอฮอล์ รู้สึกลำบากใจในการที่จะเข้าสังคมฝรั่งยิ่งนัก
- ถึงกฎหมายจะบอกว่า ต่ำกว่า 18 ห้ามดื่ม...............
- ก็เหมือนที่ไทยละจ้า ดีไม่ดีเริ่มซดกันตั้งกะ 13 ขวบ
- ชมรมที่นี่มีหลากหลาย อิสระในการตั้งพอสมควร
- แต่เสียค่าเข้ารายปีเด้อ สายวัฒนธรรม 3 Pounds แต่สายกีฬา 50 Pounds!!!!! ( ประกัน 30 + ค่าเข้า 20 )
- สายกีฬามันมี Poledancing ด้วย ( Pole ก็เสาอ่ะแหล่ะ เผื่อไม่เก็ต )
- สังคมที่นี่หอพักของฝั่ง Undergrad จะค่อนข้างคึกคักและชาว UK จะครอง โดยเฉพาะครัวรวมของห้องชุดนั้นๆ ที่จะมารวมกันพบปะตอนเย็นทำอาหารอะไรกินกัน และมันแปรสภาพเป็นบาร์ย่อมๆได้เมื่อตกดึก ( สังเกตได้จากมีขวด Smirnoff และยี่ห้ออื่นๆเกลื่อนห้องในครัวได้ตลอด)
- ซึ่งอาจจะทำให้ชาวต่างชาติที่เป็น Undergrad และเข้าไปอยู่หอเหล่านี้ลำบากใจเล็กน้อยกับสังคมการอยู่หอที่นี่ เพราะถ้าไม่เข้าไปร่วมด้วยกับพวกเขา ก็จะโดน Isolate อย่างค่อนข้างแน่นอน เพราะคนเจ้าถิ่นแกคุยสังสรรค์กันเองได้ ไม่เดือดร้อนหรอก
- ผิดกับฝั่ง Postgrad ที่ค่อนข้างเงียบ ตัวใครตัวมันอยู่ และนักศึกษาในหอของ Postgrad ส่วนมากจะผสมชาติกันไปทำให้พูดคุยกันได้สนิทใจมากกว่า แม้จะเป็นสนทนาสั้นๆในช่วงที่มาใช้ครัวร่วมกันพอดีก็เถอะ
- แต่ถ้า Flat ใครแจคพอตแตก คนจีนไปกระจุกเยอะ ครัวจะเหมือนสนามรบ ทั้งขยะที่พี่แกทิ้งกระจายเต็มพื้น ของในตู้เย็นจะโดนฉกไปกินซะดื้อๆ มีด เขียง หม้อหุงข้าวเต็มโต๊ะจนคนอื่นวางของไม่ได้ ดีไม่ดี กะละมังซักผ้าที่แช่ผ้าไว้ก็จะพบในได้ห้องครัวด้วยเช่นกัน
- ถ้าห้องนอนเป็นแบบมีห้องน้ำในตัว อาบน้ำกรุณาปิดประตูห้องให้ดี ถึงแม้จะอยู่คนเดียว มิฉะนั้นไอน้ำจะทำให้สัญญาณไฟไหม้ดัง
- ซึ่งมันจะทำให้คนทั้งตึกต้องออกมาข้างนอกโดยทันที (แม้ว่าบางคนจะยังสระผมหรือนั่งบนโถส้วมอยู่ก็ต้องออก) และอาจจะถึงขนาดมีรถดับเพลิงมาถึงหน้าหอ แถมตัวสัญญาณจะโชว์ด้วยว่าห้องไหนเป็นต้นเหตุ จะทำให้ไปอยู่บน Blacklist ของคนในหอได้ ถ้าเผลอหลายๆครั้ง
- ขนาดแค่หอผมตึกเล็กๆมีแค่ 6 Flat เจ็ดสิบคนยังวุ่น + นอยเลย หอใหญ่ๆของเด็ก Undergrad แสนซุกซนที่ปาไปตั้งสามสิบกว่าแฟลตเจอสัญญาณดังก็ต้องออกกันทั้งตึกเหมือนกัน จะฮาเฮขนาดไหนแอบอยากเห็นเหมือนกัน :P
- และสุดท้าย อยากบ่น ทำไมมันแพงได้ทุกอย่างเลยฟระ ฮ่วย อยู่กันไปได้ !!!!!!!!
เอาเป็นว่าจบแค่นี้แล้วกันครับ พบกันใหม่เอนทรี่หน้า สวัสดีมีสุข เด้อ ~~~~~